คุณภาพของนาฬิกา Omega มาจากกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Omega Seamaster ได้รับการยอมรับว่าเป็นนาฬิกาที่พร้อมเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงที่สุด ทั้งบนบกและใต้ทะเล รุ่น Seamaster Diver 300M James Bond 007 Edition มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 2 ที่เบาแต่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ และกระจกแซฟไฟร์กันรอยเคลือบสารกันแสงสะท้อน ทุกเรือนผ่านการทดสอบอย่างละเอียด เพื่อรับรองการกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งนักดำน้ำมืออาชีพและสายลับตัวจริง
สายถักไทเทเนียม (Titanium Mesh)
แรงกระแทกโดยไม่ตั้งใจและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน — ยังไม่รวมถึงการปีนเขาสูงชัน หรือการดำน้ำลึก — ล้วนส่งแรงกดต่อสายและตัวล็อกนาฬิกาอย่างมหาศาล รุ่นใหม่ของ Omega ที่มาพร้อมตัวล็อกแบบ Oysterlock ได้ผ่านการทดสอบการตกกระแทกถึง 26 รูปแบบ ตลอดกระบวนการผลิต รวมถึงการแช่ในถังคลอรีนและน้ำทะเลที่มีความเข้มข้นสูง ทั้งในสถานะเปิดและปิดเป็นหมื่นครั้ง — คิดเป็นสามเท่าของอายุการใช้งานทั่วไป — เพื่อรับรองว่าตัวล็อกยังทำงานได้อย่างสมบูรณ์แม้ในสภาพแวดล้อมที่โหดที่สุด
การทดสอบแรงกระแทก (Shock Test)
นาฬิกา Omega ต้องผ่านการทดสอบมากกว่า 20 ขั้นตอน ก่อนวางจำหน่าย หนึ่งในการทดสอบที่เข้มข้นที่สุดคือการทดสอบที่เรียกว่า "Bélier" หรือ “แกะกระแทก” โดยใช้อุปกรณ์พิเศษที่ปล่อยแรงกระแทกสูงถึง 5,000G — ซึ่งสูงกว่าการชนกันของรถยนต์หลายร้อยเท่า นาฬิกาที่ผ่านการทดสอบนี้จะต้องยังคงสภาพสมบูรณ์และทำงานได้อย่างแม่นยำหลังจากนั้น สะท้อนถึงมาตรฐานสูงสุดของ Omega ทั้งด้านความเที่ยงตรง ความทนทาน และความงามระดับโลก
แนะนำทั่วไป
เรื่องราวของ Omega เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1848 เมื่อช่างฝีมือหนุ่มนามว่า Louis Brandt ได้เปิดเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ขึ้นที่เมือง La Chaux-de-Fonds ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นั่นเขาเริ่มประกอบนาฬิกาด้วยมือจากชิ้นส่วนที่จัดหาจากช่างฝีมือท้องถิ่น ด้วยคุณภาพและความเที่ยงตรงที่โดดเด่น ผลงานของเขาจึงได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างรวดเร็ว และในปี ค.ศ. 1903 ชื่อ Omega ก็ได้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมและความเป็นเลิศในโลกแห่งเรือนเวลา
มรดกแห่งความเป็นเลิศ
การใช้เวลาเพื่อทำทุกสิ่งอย่างพิถีพิถัน มุ่งสู่ความสมบูรณ์แบบในทุกย่างก้าว
เรือนเวลา Omega ถูกสร้างขึ้นจากความเชี่ยวชาญที่สั่งสมและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมและเทคโนโลยีล้ำสมัย นี่คือมุมมองที่ลึกซึ้งขององค์ความรู้ที่ซ่อนอยู่ในนาฬิกา Omega ทุกเรือน
แบรนด์นาฬิกาสำหรับผู้ชาย ที่จะยกระดับลุคให้ดูมีคลาสยิ่งขึ้น
หากพูดถึงแบรนด์ระดับบนในโลกแห่งนาฬิกาหรู Omega คือชื่อที่ไม่อาจมองข้าม แบรนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน นวัตกรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง และดีไซน์ที่หรูหราซึ่งได้รับความนิยมจากนักสะสมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาดำน้ำระดับโปรอย่าง Seamaster หรือรุ่นคลาสสิกที่เรียบหรูอย่าง De Ville — Omega มอบทั้งความเที่ยงตรงและความสง่างามในทุกโอกาส จึงไม่แปลกใจเลยที่ Omega จะกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่ทรงเกียรติที่สุด และติดอันดับแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าสูงจากหลายสถาบันนานาชาติ
วัสดุระดับพรีเมียม
นาฬิกา Omega ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานและสมรรถนะสูงสุด ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีลที่แข็งแกร่ง ทนต่อการกัดกร่อน ให้ทั้งความหรูหราและความแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน กระจกเป็นคริสตัลแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน ให้ภาพที่คมชัดพร้อมการปกป้องที่เหนือชั้น สายนาฬิกาออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ด้วยโลหะคุณภาพเยี่ยม สวมใส่สบายตลอดวัน วัสดุระดับพรีเมียมทั้งหมดนี้ทำให้ Omega เป็นตัวเลือกในฝันของผู้ชายที่ต้องการทั้งสไตล์และความเชื่อถือได้
หน้าปัดดีไซน์ยุทธวิธี สไตล์สายลับ 007
หน้าปัดเป็นจุดเด่นของรุ่น Omega Seamaster Diver 300M – James Bond 007 Edition ออกแบบด้วยแนวคิดมินิมอลและเน้นการใช้งาน หน้าปัดสีดำด้านไม่มีลวดลาย ให้ภาพลักษณ์ที่เรียบ เท่ และพร้อมลุยในทุกสถานการณ์ มาพร้อมกระจกแซฟไฟร์กันรอยเคลือบสารกันแสงสะท้อน มั่นใจได้ในทุกมุมมอง แม้ใต้น้ำหรือในที่แสงน้อย
สายนาฬิกา Titanium Mesh ของ Omega Seamaster 007 Edition ถ่ายทอดความแข็งแกร่งในแบบฉบับสายลับ ผสานดีไซน์แบบถักที่ให้ทั้งความยืดหยุ่น สวมใส่สบาย และความหรูหราอย่างมีชั้นเชิง ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 2 ที่มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการกัดกร่อน พร้อมผิวสัมผัสแบบด้านที่ดูเรียบ เท่ และดุดัน สายถักโลหะสไตล์ Mesh นี้ออกแบบมาให้รับกับข้อมือได้อย่างพอดี มอบลุคที่แข็งแกร่ง เรียบหรู และพร้อมออกภารกิจได้ทุกเวลา
สายถัก Titanium Mesh ดีไซน์เฉพาะ พร้อมลุยทุกสถานการณ์
กลไก Omega 8806: ความแม่นยำจากพลังแสง
นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก Omega Co-Axial Master Chronometer Caliber 8806 ที่ทำงานด้วยระบบพลังงานแสง ไม่จำเป็นต้องใช้ถ่านหรือไขลาน กลไกนี้ผ่านการรับรองจาก METAS อย่างเข้มงวด ให้ความแม่นยำสูง ทนสนามแม่เหล็กได้ถึง 15,000 เกาส์ พร้อมประสิทธิภาพการเก็บพลังงานที่ยอดเยี่ยม แม้ไม่มีฟังก์ชันวันที่หรือโครโนกราฟ แต่ดีไซน์ที่เรียบง่ายสะท้อนถึงแนวคิดมินิมอลแบบฟังก์ชันนอล พร้อมรองรับทุกภารกิจด้วยความมั่นใจ